คอลัมน์ส่องมุมสิงห์ #3 วันเชลซีดวงแตก

สวัสดีครับ ก่อนอื่นต้องบอกว่า นี่คือคอลัมน์ ‘ส่องมุมสิงห์’ ประจำวันพุธที่ 24 มีนาคม ห๊ะ! เพราะว่าพี่ไม่ได้เขียนมาสองสัปดาห์ เนื่องจากติดภารกิจ และก็เป็นช่วงสัปดาห์ของทีมชาติด้วย แต่หลังกลับมาจากทีมชาติ เชลซีพบกับ เวสต์บรอมวิชในพรีเมียร์ลีก ใครจะไปคาดคิดว่าจะพ่ายแพ้ยับเยินคาบ้านเป็นนัดแรกในยุคของ โทมัส ทูเคิ่ล

เมื่อหายหัวร้อนแล้ว พี่ก็กลับมาเขียนคอลัมน์ชดเชยของทั้ง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย เริ่มจากเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุดของเชลซี สำหรับสาเหตุหลักๆที่เราพ่ายแพ้นั้น พี่เบียร์ได้สรุปเป็นคลิปหลังเกมไว้แล้ว แต่นั่นคือภาพรวม ไม่ได้วิเคราะห์เจาะลึกถึงแทคติกอะไรมากมาย สามารถรับชมคลิปย้อนหลังได้ครับ

นอกจากจะต้องให้เครดิต เวสต์บรอม ที่เล่นได้ตามแผนอย่างดีแล้ว ความผิดพลาดที่ ทูเคิ่ล ไม่คาดคิด ยังประกอบไปด้วยปัจจัยอีกหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่งกลับจากทีมชาติ แน่นอนว่า โปรแกรมแข่งขันที่รัวๆของทั้งทีมชาติและสโมสร มีผลทำให้นักเตะหลายคนปรับตัวไม่ทัน หลายๆคนเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะคนที่ดวงแตกสุดๆอย่าง ‘จอจินโญ่’

ต้องยอมรับนะครับว่าหลายคนเล่นไม่ดี ไม่ว่าจะเป็น เคิร์ต ซูม่า ที่ได้รับโอกาสลงตัวจริง แต่ก็ยังไม่แน่นอนในเกมรับ ส่วน ติโม แวร์เนอร์ ก็ยังเรียกความมั่นใจในการยิงประตูกลับมาไม่ได้ แต่คนที่ทำความพลาดแบบ ‘แฮททริค’ ในเกมนี้ คงหนีไม่พ้น ‘จอจินโญ่’ และเค้าจะต้องยอมรับคำต่อว่า ทั้งจากโค้ช และแฟนบอลเชลซีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แน่นอนว่าเราเชียร์ และเรารักทีม หากเกิดความผิดพลาดเช่นนี้ ก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์กันได้ ถ้าตอนที่หัวยังร้อนๆอาจจะด่าแรงหน่อย และพอหัวเย็นลงแล้วก็ค่อยมาคุยกันเบาๆว่า ‘มันเกิดอะไรขึ้น?’ สำหรับพี่เบียร์เองก็คงจะไม่เข้าข้างนักเตะ แม้แข้งทีมชาติอิตาลีจะทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องในยุคของ โทมัส ทูเคิ่ล แต่วันที่เล่นไม่ได้ ก็ต้องพูดกันตรงๆว่าเล่นไม่ดี แต่ช้าก่อน! แม้ว่าจะมีนักเตะคนไหนเล่นไม่ดียังไง อย่าลืมว่าเค้าก็ยังเป็นนักเตะเชลซีที่พวกเราเชียร์ และการวิจารณ์ก็ต้องแยกให้ออกว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือความคิดเห็น เพราะบางครั้งการใช้อารมณ์และกร่นด่ากัน มันเป็นการซ้ำเติมความเจ็บปวดให้พวกเราฝั่งเดียวกันเอง

ทูเคิ่ล ไม่สามารถพาสิงห์บลูส์ให้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ได้ในเกมนี้

พี่ไม่อยากพูดถึงเกมที่ผ่านไปแล้วมากนัก ก็เลยขอแค่สรุปสั้นๆว่า การที่ ‘จอจินโญ่’ พลาด จนทำให้ ‘ธิอาโก้ ซิลวา’ ถูกใบเหลืองสองครั้งจนถูกไล่ออก รวมถึงการเล่นแบบไม่เข้าใจกันโดยโหม่งบอลกลับหลังจนทีมเสียประตู 2-1 ก่อนจบครึ่งแรก นั่นคือจุดเปลี่ยนสำคัญในเกมนี้ โดยขอไม่โทษทั้งกรรมการ (ซึ่งพี่คิดว่ากรรมการก็มีส่วนเช่นกัน) และตัดเรื่อง ‘แข่งหัวค่ำ’ ที่เป็นอาถรรพ์ในช่วงนี้ไปซะแล้ว อีกเรื่องนึงก็คือความท้าทายสำหรับ ‘โทมัส ทูเคิ่ล’ ที่จะต้องวางแผนแก้เกมในครึ่งหลังให้ทีมกลับเข้าสู้เกมให้ได้ แต่กลายเป็นว่า ‘ยิ่งเล่น ยิ่งเละ’ และนี่คือบทเรียนครั้งสำคัญสำหรับเชลซีและทูเคิ่ลอย่างแน่นอน

จบเกมไปแล้วก็ผ่านไป และก็ต้องขอให้กำลังใจกันบ้าง นั่นคือพี่คิดว่า ทุกๆทีม ทุกๆวงการ และทุกๆคน ต้องมีวันซวยๆ วันแย่ๆ ที่ทำอะไรก็ผิดไปหมด มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะแพ้บ้างก็ไม่แปลก มันก็แค่เกมหนึ่งที่เชลซีเล่นแย่ แล้วก็ต้องให้เครดิตเวสต์บรอมว่าเตรียมตัวมาดีด้วย แต่ถ้าจะให้พูดว่า เชลซีทีมนี้กาก เชลซีเป็นทีมที่อ่อนกว่าเวสต์บรอม ก็คงไม่มีใครแม้แต่แฟนบอลทีมอื่นจะคิดเช่นนั้น ถึงแม้เชลซีที่เป็นทีมหัวตาราง จะต้องพ่ายแพ้ต่อทีมท้ายตารางซักครั้ง นั่นก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับฟุตบอลลูกกลมๆ

เพราะฉะนั้น ด้วยคุณภาพและมาตรฐานของทีมอย่างเชลซี การพ่ายแพ้ทุกครั้งจะต้องนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลง และเชลซีจะไม่เป็นทีมที่จมอยู่กับความพ่ายแพ้อะไรนานๆ นั่นก็หมายความว่า สิงห์บลูส์ จะพร้อมกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกอีกครั้งในนัดต่อไปในรูปเกมที่แตกต่างจากนัดที่ผ่านมา รวมถึงเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่จะต้องเจอกับ เอฟซี ปอร์โต้ ก่อนหน้า คริสตัล พาเลซ ก็ไม่สามารถนำเอาผลการแข่งขันจากนัดที่แล้วไปตัดสินได้ ว่าขนาดเวสต์บรอมยังแพ้แล้วจะสู้ปอร์โต้ได้อย่างไร? พี่คิดว่าแฟนบอลส่วนใหญ่คงไม่เปรียบเทียบเช่นนั้น แต่ถ้าถามว่าผลการแข่งขันกับปอร์โต้จะเป็นอย่างไร ก็ต้องบอกว่าออกได้ทั้งสามหน้าครับ ไม่ว่าจะชนะ เสมอ หรือแพ้ ก็เป็นเรื่องปกติของฟุตบอล แต่เดี๋ยวพี่จะมาวิเคราะห์เกี่ยวกับเกมที่จะเจอกับปอร์โต้ในครั้งหน้าครับ

ผลการแข่งขันทั้ง 10 คู่

สำหรับวันนี้ก็ขอสรุปผลจากความพ่ายแพ้ของเชลซีในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่เราลงแข่งเป็นทีมแรก จากนั้นเชื่อว่า แฟนเชลซีก็คงต้องตามแช่งทีมอื่นที่ลุ้นพื้นที่ยูฟ่าอยู่เช่นกัน โดยเริ่มจาก เลสเตอร์, ลิเวอร์พูล, แมนยูฯ, ท็อตแน่ม รวมถึง เอฟเวอร์ตัน และที่สำคัญคือ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด! แต่ผลการแข่งขันอาจจะไม่ค่อยเป็นใจกับพวกเรานัก เมื่อทีมขุนค้อนที่แข่งเป็นทีมสุดท้าย สามารถบุกไปชนะ วูล์ฟ แฮมป์ตัน ได้อย่างสุดมันส์ 3 ประตูต่อ 2 ทำให้สัปดาห์นี้พวกเค้าแซงเชลซีขึ้นที่ 4 ได้สำเร็จ

ตารางคะแนนล่าสุดหลังแข่งครบทั้ง 10 คู่ในสัปดาห์นี้

ตอนนี้ยังเหลือการแข่งขันอีก 8 นัด อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้น แฟนบอลอย่างพวกเราเมื่อหายหัวร้อนแล้วก็กลับมาเชียร์กันต่อไปครับ!

BEER CFC

 266 total views,  1 views today

Facebook Comments